Chapter 2 : Cairo
posted on 21 Jan 2008 20:47 by imai283 in tripหลังจากหายไปหลายวัน (หายไปเตรียมตัวจองตั๋ว X Japan กะเค้าเหมือนกัน) วันนี้ก้อได้ฤกษ์มาอัพต่อซะที คราวนี้เราออกจาก Alexandria แล้ว นั่งรสบัสเข้า Cairo กัน
Cairo ถือเป็นเมืองหลวงปัจจุบันของอียิปต์ มีประชากรอยู่เยอะเหมือนกัน ประมาณ 10 - 15 ล้านคน (อันนี้ไกด์บอก) ด้วยความที่พื้นที่ประมาณ 85% ของอียิปต์เป็นทะเลทราย พื้นที่ที่คนสามารถอาศัยอยู่ได้จิงๆจึงมีเพียง 15% ซึ่งส่วนใหญ่อยู่บริเวณที่แม่น้ำไนล์ไหลผ่าน Cairo ก้อเช่นกัน เมือง Cairo ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไนล์ ติดกับ Giza โดยมีแม่น้ำไนล์เป็นเส้นแบ่งเขตแดน (ประมาณกรุงเทพฯกับฝั่งธนฯ) ระหว่างสะพานข้ามแม่น้ำไนล์จะมีเกาะกลางน้ำอยู่ ตรงบริเวณนี้ก้อเป็นที่ตั้งของโรงแรมใหญ่ๆ และโรงพยาบาลที่สำคัญ รวมทั้งย่านชุมชนด้วย
Papyrus Institute -> อันนี้เค้าไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปหล่ะ
สถาบันปาปิรุสเป็นศูนย์กลางการทำกระดาษปาปิรุส ซึ่งเป็นกระดาษชนิดแรกของโลก ทำจากต้นกก (Papyrus) ใช้บันทึกข้อความสรรเสริญเทพเจ้าและเหตุการณ์ในสมัยอียิปต์โบราณ มีการสาทิตวิธีการทำกระดาษปาปิรุสจากต้นกก (ในสมัยโบราณเป็นต้นไม่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะตรงส่วนดอกลักษณะคล้ายพระอาทิตย์ขึ้น ถือเป็นสัญลักษณ์ของเทพอามุน – รา ส่วนลำต้น...เมื่อตัดแนวขวางจาเห็นเป็นทรงสามเหลี่ยม ซึ่งถือเป็นรูปทรงศักดิ์สิทธิ์ เพราะถือเป็นรูปทรงที่แสดงถึงความเป็นอมตะ) นำต้นกกมาปอกเปลือกสีเขียวออก นำส่วนนอกของลำต้นมาฝานให้บางแล้วรีดน้ำออกโดยการทุบและใช้ลูกกลิ้งไถ นำไปแช่น้ำไว้ 1 – 2 อาทิตย์ แล้วเอาแต่ละชิ้นมาสานต่อกันในแนวตั้งสลับกับแนวนอน เอาไปใส่เครื่องทับไว้ (ในสมัยโบราณใช้หิน) จากการแช่น้ำจาทำให้น้ำตาลในลำต้นออกมา กลายเป็นกาวธรรมชาติทำให้กระดาษติดกันเป็นแผ่น สีที่ใช้เขียนสกัดมาจากหินแต่ละชนิด ทำให้ติดทนทาน แต่ถ้าเขียนผิดก็สามารถนำมาล้างแล้วเอากลับไปใช้ซ้ำได้ เนื้อเรื่องที่มักเขียนบนกระดาษปาปิรุส คือ 1. The Final Judgment (เป็นการพิพากษาฟาโรห์ว่าจะได้ไปสวรรค์หรือนรกหลังจากที่ตายไปแล้ว โดยการนำหัวใจมาชั่งกับขนนก ถ้าหนักกว่าแปลว่าทำชั่ว ต้องไปนรก ถ้าเบากว่าแปลว่าเป็นคนดี ได้ขึ้นสวรรค์) 2. Calendar (เป็นปฏิทินโบราณ แต่มี 365 วัน และมีจักราศีครบทั้ง 12 ราศี มีเดือน 12 เดือน 4 ฤดู แต่ต่างกับปัจจุบันตรงที่ 1 อาทิตย์มี 10 วัน)
เป็นที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุโบราณมากที่สุด ส่วนใหญ่จาเป็นของที่ขุดมาได้จากหลุมฝังศพต่างๆ เช่น โลงศพ, มัมมี่, รูปปั้น - รูปแกะสลักต่างๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ทรัพย์สมบัติที่นำออกมาจากหลุมศพของฟาโรห์ตุตันคาเมน (King Tut – Ankh – Amen) เช่น บัลลังก์ทองคำ ซึ่งตรงพนักสลักเป็นรูปฟาโรห์และมเหสีใส่รองเท้าแตะคนละข้าง แสดงถึงความรัก ฟาโรห์มีทุกอย่างก็จะแบ่งให้มเหสีด้วย, เตียงนอนทองคำ และเตียงนอนพับได้ที่ King Tut เคยใช้จริง, Book of the Dead เขียนบนกระดาษปาปิรุส บรรจุไว้ในหลุมศพ (เนื้อหาเหมือนของก๊อบทุกประการ เพราะของก๊อบมันก้อเอามาจากอันนี้แหละ), โลงไม้ปิดทอง 4 ชั้น (จิงๆน่าจาเรียกว่าห้องมากกว่า เพราะว่ามันใหญ่มากกกกกกกกกกกกก) ก่อนบรรจุโลงไม้ โลงทองคำและมัมมี่ของ King Tut, หน้ากากทองคำและเครื่องประดับที่ใช้ตกแต่งมัมมี่ ทำจากทองแท้ นอกจากนั้นยังมีรูปสลักสำคัญๆอีกมากมาย บางชิ้นสามารถทำได้สมส่วนมาก มีทั้งกล้ามเนื้อและแววตาที่สื่ออารมณ์ออกมาจิงๆ (คือ...เขียนบรรยายได้ไม่หมด เพราะว่าแค่เดินดูนี่ก้อ 3 ชม.แล้วอ่ะ แล้วเค้าไม่ให้ถ่ายรูปข้างในด้วย เลยไม่รู้จาบอกว่าไงดี เหอๆๆ) งานนี้มี optional tour ด้วย เสียค่าเข้า 100 ปอนด์อียิปต์ เป็นการเข้าไปดูห้องมัมมี่ของกษัตริย์ เช่น ฟาโรห์รามเสสที่ 2, ราชินีฮัทเชปซุท ฯลฯ มีทั้งอยู่ในสภาพสมบูรณ์และชำรุดเสียหาย บางร่างก้อมีการตกแต่งตาและคิ้ว มีการใส่วิก มีกรรมวิธีทำให้หน้าบวม ให้เหมือนยังมีชีวิตอยู่จริง, มีมัมมี่สัตว์ มีทั้งหมา แมว นก งู ลิง ปลายาวประมาณ 1 เมตร และจระเข้ 2 ตัว ยาวประมาณ 4 – 5 เมตร (น่าเสียดายที่ไม่สามารถถ่ายรูปได้...เศร้าใจ ของสวยๆทั้งนั้นเลย)
ล่องเรือแม่น้ำไนล์ -> อันนี้ก้อขอไม่ลงรูปนะ อันเนื่องจากว่าไม่มีอะไรจิงๆ
พอหลังจากที่ออกจากพิพิธภัณฑ์แล้วก้อไปทานอาหารเย็นบนเรือ Le Memphis พร้อมชมการแสดงระบำหน้าท้อง (Belly Dance) และระบำกระโปรง (อันนี้อธิบายไม่ถูกอ่ะ ประมาณว่าระบำหน้าท้องเป็นของผู้หญิง ส่วนระบำกระโปรงเป็นของผู้ชายอ่ะ จาเป็นผู้ชายใส่กระโปรงยาวๆออกมาหมุนๆๆๆๆๆๆ แล้วกระโปรงมันจายาวมากเลยอ่ะ ขึ้นไปคลุมหัวได้เลย แล้วมันเป็นกระโปรง 2 ชั้นอ่ะ ชั้นบนมันถอดได้ด้วยแหละ ตอนหลังเค้าจาถอดมาเหวี่ยงเป็นจานบินเลย เหอๆๆ)
นรกจะล้นก็คราวนี้แหละ.....ยกเว้นเอาขนนกกระจอกเทศครึ่งตัวมาชั่ง
#1 By Ginosty on 2008-01-22 09:05