Chapter 3 : Giza, Sakkara, Memphis
posted on 25 Jan 2008 21:19 by imai283 in tripวันนี้ไปทำฟันมาแหละ แบบว่ามันปวดฟันอ่ะ แต่ไม่ถึงขนาดต้องกินยาแก้ปวดนะ แต่ไหนๆก้อไหนๆแล้ว ก้อเลยให้หมออุดร่องฟันกับขูดหินปูนด้วย ส่วนสาเหตุที่ปวดฟัน...หมอบอกว่า เพราะว่าฟันล่างที่เป็ฯเขี้ยวมันดันไปขบกับฟันบนเต็มๆ เลยทำให้ฟันบนต้องรับแรงกระแทก ปลายประสาทฟันเลยอักเสบนิดหน่อย ก้อเลยโดนกรอฟันบนออกไปหน่อยนึง ถ้าอีกอาทิตย์ 2 อาทิตย์อาหารปวดยังไม่หายค่อยไปหาหมอใหม่...พอ...หยุดเรื่องฟันไปก่อน เอาเป็ฯว่าเข้าเรื่องต่อดีกว่า...
หลังจากทัวร์ใน Cairo ไปแล้ว คราวนี้เราย้ายไปเที่ยวต่อที่ Giza ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่อีกฝั่งนึงของแม่น้ำไนล์ (ตรงข้ามกับ Cairo) ไปเที่ยวหมู่มหาปีรามิดกับโรงงานน้ำหอม แล้วจากนั้นก้อไป Sakkara ต่อ (อันนี้ก้อมีปีรามิดเหมือนกัน แต่ว่าเป็นปีรามิดขั้นบันได...แต่นักวิชาการบางคนก้อบอกว่าไม่ใช่ปีรามิด เพราะว่ามันเป็นขั้นๆ) แล้วไปจบที่เมืองหลวงเก่าของอียิปต์โบราณอย่าง Memphis ก่อนจะวกกลับมาที่ Cairo อีกครั้งเพื่อไปเที่ยวตลาดข่าน แล้วก้อต้องรีบแจ้นไป Giza ต่อ เพราะว่าต้องรีบไปขึ้นรถไฟให้ทัน (อยากบอกว่ารถติดมากกกกกกกกกกกกกกกกก สาหันกว่ากรุงเทพฯหลายเท่านัก เหอๆๆ)
Giza Pyramids
หมู่มหาปีรามิดมีทั้งหมด 3 หลัง สร้างโดยฟาโรห์ 3 พระองค์ องค์ที่ใหญ่ที่สุดสร้างโดยฟาโรห์คีออปส์ (คูฟู) องค์ที่ 2 สร้างโดยฟาโรห์เครเฟรน และองค์ที่ 3 สร้างโดยฟาโรห์ไมเค-รา (มีความเชื่อว่าปีรามิดของลูกจาสร้างใหญ่กว่าของพ่อไม่ได้ ปีรามิดของฟาโรห์คีออปส์ซึ่งเป็นปู่จึงใหญ่ที่สุด) ด้านในมีทั้งหมด 3 ห้อง เป็นห้องเก็บมัมมี่ 1 ห้อง ส่วนอีก 2 ห้องเป็นที่ไว้ของอย่างอื่น ด้านหน้าปีรามิดองค์ที่ 2 มีรูปสลักสฟิงค์ (ที่เห็นในรูป) หน้าตาเหมือนฟาโรห์คีออปส์ ถือเป็นสฟิงค์ที่ใหญ่ที่สุดในอียิปต์ (แต่น่าเสียดายที่ส่วนใบหน้าของสฟิงค์ถูกทำลายตอนที่ทหารจากอังกฤษและฝรั่งเศสเข้ามาในอียิปต์ เพราะว่าบริเวณหน้าของสฟิงค์ถูกใช้เป็นเป้าซ้อมยิงปืนแถมตรงส่วนเคราของฟาโรห์ยังโดนเอาไปไว้ที่อังกฤษอีก -*-) บริเวณโดยรอบสฟิงค์เคยเป็นที่ทำพิธีเกี่ยวกับการจัดการศพก่อนนำไปเก็บไว้ในสุสาน เช่น พิธีสักการะศพ 70 วัน แล้วงานนี้ก้อมี optional tour อีกแล้ว เป็นการเข้าไปในปีรามิดองค์ที่ 2 ทางเดินเข้าไปมีลักษณะเป็นทางลาดลงประมาณ 30 เมตร ต่อจากนั้นเป็นทางตรงอีกประมาณ 5 เมตร และเป็นทางลาดขึ้นอีกประมาณ 30 เมตร ปากทางเข้าเล็กมาก ต้องก้มตัวลอดเข้าไป ความกว้างพอให้คน 2 คนสามารถเดินสวนกันได้พอดี ด้านในมีลักษณะเป็นห้องโถงเพดานสูง อากาศร้อนอบอ้าวสุดๆ มีโลงหินวางอยู่บนพื้น เชื่อว่าเคยเป็นห้องเก็บมัมมี่ของฟาโรห์ (แต่ตอนนี้ไม่มีมัมมี่อยู่ข้างในแล้วนะ)
โรงงานน้ำหอม -> ไม่มีรูปน่อ...เค้าไม่ให้ถ่ายอ่ะ
โรงงานที่เราไปดูเป็นโรงงานที่มีมามากกว่า 100 ปี ส่วนใหญ่ผลิตหัวน้ำหอมส่งให้กับโรงงานต่างๆ เช่น Christian Dior, Channel, CK น้ำหอมของที่นี่มีลักษณะเหนียวกว่าน้ำหอมทั่วไปเพราะไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ โรงงานต่างๆจารับน้ำหอมของที่นี่ไป แล้วนำไปผสมกับส่วนผสมอย่างอื่นเป็นน้ำหอมที่ขายตามท้องตลาดทั่วไป เช่น Jadore, Channel No. 5, CK one หัวน้ำหอมที่ทางร้านแนะนำ เช่น Lotus Flower, Papyrus, Queen Nefertiti, Queen Cleopatra
Sakkara
เป็นเมืองที่มีปีรามิดขั้นบันได (step pyramid) ของฟาโรห์ซอเซอร์ และถือเป็นต้นแบบของปีรามิดในสมัยหลัง (true pyramid) ออกแบบโดยสถาปนิกของพระองค์คือ อิมโฮเทป (ไอ้ที่เราเคยได้ยินชื่อในหนัง The Mummy นั่นแหละ คนเดียวกัน) สร้างโดยการสร้างฐานสี่เหลี่ยมก่อน แล้วต่อเพิ่มขึ้นอีกทีละชั้นจนครบ 6 ชั้น (ในขณะที่สร้างชั้นบน ก็ต่อขยายเพิ่มฐานออกไปด้วย) ด้านในมี 3 ห้อง เป็นห้องเก็บมัมมี่ 1 ห้อง และห้องวางของอื่นๆอีก 2 ห้อง ตรงด้านหลังของปีรามิดมีช่อง 2 ช่องเจาะไว้ให้ตรงกับตาของรูปปั้นฟาโรห์ซอเซอร์ ให้พระองค์เห็นเวลามีคนมาสักการะและจาได้ตอบแทนคนนั้นได้ ด้านหน้าก่อนถึงปีรามิดเป็นลานกว้างให้ฟาโรห์ประลองกับกระทิง ถ้าชนะจาได้สิทธิ์เป็นฟาโรห์ 30 ปี (ในสมัยก่อนฟาโรห์ไม่ได้สืบตามสายเลือด แต่มาจากการประลองกับกระทิงเพื่อแสดงความแข็งแกร่ง) หลังจากนั้นจะช้อาคารข้างๆลาน (ถล่มไปแล้ว) เป็นที่จัดงานเฉลิมฉลอง

Memphis
เป็นเมืองหลวงเก่าของอียิปต์โบราณ ตั้งแต่สมัยของฟาโรห์นาร์แมร์ (นาเมอร์) ซึ่งเป็นผู้รวบรวมอียิปต์เหนือและใต้เข้าไว้ด้วยกันสำเร็จเป็นพระองค์แรก แต่ในภายหลังมีการย้ายเมืองหลวงอีกหลายครั้ง จนกระทั่งในสมัยของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ก้อย้ายกลับมาที่เมืองนี้อีก ในปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ภายในมีรูปสลักหินของฟาโรห์รามเสสที่ 2 อยู่ในสภาพวางนอน ไม่มีส่วนขา (ที่เห็นในรูปอ่ะ) แต่ส่วนอื่นๆสมบูรณ์ดี ทำออกมาได้มีมิติ สัดส่วนและรายละเอียดเหมือนจริงมากๆ และมีการสลักชื่อของพระองค์ไว้ที่หน้าอกและแขนด้วย (เชื่อว่าในสมัยก่อนน่าจะเป็นรูปยืน แต่ตอนที่ขุดเจอพบในสภาพนอน จึงจัดวางไว้ในลักษณะนอน) บริเวณโดยรอบพิพิธภัณฑ์เป็นเขตวังเก่า ส่วนของพระราชวังได้ปรักหักพังไปแล้ว เหลือแต่ร่องรอยของกำแพงเมืองและอาคารต่างๆให้เห็นบ้าง
ตลาดข่านเอลคาลีลี -> อันนี้ก้อไม่มีรูปน่อ ไม่รู้จาถ่ายยังไง ช่วยนึกภาพตามเป็นประมาณสำเพ็งละกัน
เป็นตลาดสำคัญทางการค้าขายของพื้นเมือง เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นแอฟริกา มีลักษณะคล้ายตลาดนัดสวนจตุจักร + สำเพ็งนอกจากนักท่องเที่ยวแล้ว คนในท้องถิ่นก้อมาเดินซื้อของด้วย แต่เวลาเดินต้องระวังหน่อย เพราะว่าที่นี่เข็นของได้ห่วยกว่าสำเพ็งเยอะ เราต้องหลบมันอ่ะ ถ้าหลบไม่ดีมันก้อชนไปเลย (แน่นอนว่าไม่มีการขอโทษ) แล้วก้อส่วนที่นักท่องเที่ยวเดินได้จิงๆก้อแค่ประมาณครึ่งซอยเอง เพราะว่าหลังจากนั้นก้อเป็นของพื้นเมืองทั้งนั้น (ประมาณเครื่องแกง กับพวกของใช้ ของเล่นที่มาจากจีน) ถึงเดินไปก้อไม่มีอะไรให้ซื้อหรอก (แต่เราก้อเดินไปนะ)
รถไฟตู้นอน
สำหรับคืนนี้เราไม่ได้นอนโรงแรมแหละ แต่นอนรถไฟตู้นอนสำหรับนักท่องเที่ยวแทน เดินทางจาก Cairo ไป Aswan โดยจอดแวะรับนักท่องเที่ยวที่ Giza เพียงที่เดียว ภายในห้องพักแต่ละห้องจะมีเตียงนอน 2 เตียง (พับเก็บเป็นที่นั่งได้) มีอ่างล้างหน้าและตู้เก็บของเล็กๆ ส่วนห้องน้ำต้องออกมาใช้ห้องน้ำรวม สาเหตุที่ต้องนั่งรถไฟก้อเพราะว่า Giza หรือ cairo อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ส่วน Aswan อยู่ทางใต้ของประเทศ (ประมาณยะลา ปัตตานีบ้านเราอ่ะ...จังหวัดชายแดน) ถ้าเดินทางโดยรถบัสนี่...คงต้องใช้เวลาประมาณ 2 วันอ่ะ ถ้าไม่นั่งรถไฟก้อต้องนั่งเครื่องบิน ซึ่งก้อใช้เวลาน้อยกว่า แต่อันนี้มันได้อรรถรสกว่าอ่ะ เหอๆๆ ส่วนระยะเวลาเดินทางก้อประมาณ 12 - 13 ชม.อ่ะ (ก้อรถไฟออกประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง ถึง Aswan ก้อประมาณ 8 - 9 โมงเช้าอ่ะ delay อีกตังหาก...เลยอดไปวิหาร Philae เลย...แอบเซ็ง)
#1 By Adi (58.64.103.18) on 2008-01-25 23:48