Chapter 4 : Aswan, Abu Simbel
posted on 31 Jan 2008 21:35 by imai283 in tripแอบหนีไปลุ้นตั๋ว X Japan ซะหลายวัน แล้วเป็นไงหล่ะ...ไม่ได้ไง อดไปดู เหอๆๆ แต่ก้อดีเหมือนกัน ตอนนี้ยิ่งบ่จี๊อยู่ ยิ่งกะลังจาตกงานด้วย ยิ่งไม่สมควรใช้เงินเข้าไปใหญ่ เหอๆๆ แต่เราว่าเราก้อรู้ตัวอยู่ก่อนแล้วนะ ว่าคงไม่ได้ตั๋วหรอก ก้อมันจาไปได้ได้ไงวะ ที่นั่งในโตเกียวโดมมีแค่ 57,000 ที่ (อย่างมาก) รวม 2 รอบแล้วก้อแค่ 114,000 ที่ แต่แค่เปิดจองวันที่ 4 เวบ YOSHIKI mobile เวบเดียวก้อมีคนจองไปทะลุ 100,000 ใบแล้วอ่ะ โฮกกกกกกกกกกกก จาไปออคก้อคงต้องขายไตใช้หนี้กันหล่ะคราวนี้ (ซึ่งคุยกันแล้ว เรากะป้าแพมไม่เอาด้วยหรอก เหอๆๆ) เอาเหอะ...ถ้ายังไม่ตาย (และ X Japan ยังเล่นคอนต่อไป) เราคงได้ไปโดด X jump ในโตเกียวโดมซักครั้งแหละ...
เข้าเรื่องดีกว่า...หลังจากที่เมื่อวันก่อนนั่งรถไฟตู้นอน (ก้อนอนในรถไฟอ่ะแหละ) ไปที่ Aswan แล้ว วันนี้มาเที่ยวที่ Aswan กันต่อ
เมื่ออัสวานถือว่าเป็นเมืองที่อยู่ใต้เกือบจาสุดประเทศอียิปต์ อีกนิดเดียวก้อเข้าเขตประเทศซูดานแล้ว พลเมืองในเมืองนี้จาไม่เหมือนทางเหนือ (Cairo, Alexandria) เพราะว่าเมื่อก่อนเมืองนี้เคยอยู่ใกล้เขตปกครองของชนเผ่านูเบีย ซึ่งเป็นคนผิวดำ (เมื่อก่อนเคยเป็นประเทศนึง รุ่งเรืองในช่วงเดียวกับอียิปต์โบราณ) ถึงแม้ในปัจจุบันนี้จาไม่มีประเทศนูเบียอยู่แล้ว แต่คนที่อาศัยอยู่ในแถบนี้ก้อยังมีคนผิวดำอยู่ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในประเทศซูดาน แต่ก้อมีบ้างที่อาศัยอยู่ในอียิปต์ เพราะฉะนั้นในเมือง Aswan จามีคน 2 เชื้อชาติอยู่ด้วยกัน คือ...คนอียิปต์กับคนนูเบีย
Aswan High Dam -> จิงๆก้อมีรูปแหละ แต่มันดูไม่ออก ไม่ลงดีกว่า
เขื่อนอัสวานใหม่ สร้างขวางแม่น้ำไนล์ทั้งสายให้กลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ สร้างขึ้นในปี 1960 - 1972 โดยความช่วยเหลือของรัสเซีย (แลกกับการให้รัสเซียขุดแร่และหินมีค่าต่างๆจากแหลมซายไนน์) เขื่อนนี้มีประโยชน์คือ ช่วยลดน้ำท่วมที่เกิดจากแม่น้ำไนล์, เป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าหลักของประเทศ และช่วยลดปริมาณจระเข้ในแม่น้ำ เพราะจระเข้ไม่สามารถผ่านเขื่อนไปได้ เขื่อนนี้สร้างขึ้นแทนเขื่อนอัสวานเก่าซึ่งอังกฤษสร้างไว้ประมาณปี 1890 โดยการเปลี่ยนทางไหลของน้ำ ทำให้เกิดทะเลสาบขนาดใหญ่ชื่อ ทะเลสาบนาเซอร์ (ตั้งตามชื่อประธานาธิบดีคนที่ 2 ของอียิปต์ที่เป็นคนวางแผนสร้างเขื่อน) มีขนาดประมาณ 500 ตารางกิโลเมตร อยู่ในประเทศอียิปต์ประมาณ 350 ตารางกิโลเมตร และอยู่ในประเทศซูดานประมาณ 150 ตารางกิโลเมตร (บริเวณเมืองอัสวานอยู่ทางตอนใต้ของอียิปต์ ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศซูดาน) ทำให้น้ำท่วมโบราณสถาน 17 แห่ง แต่ทางการสามารถกู้ย้ายที่ได้ 14 แห่ง เหลืออยู่ใต้น้ำ 3 แห่ง วิหารที่กู้มาได้ เช่น Abu Simbel, Philae
วิหารฟิล (Philae Temple) -> ไม่ได้ไปแหละ เพราะรถไฟมาช้ากว่ากำหนด
เป็นวิหารที่สร้างอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำไนล์ (เดิมสร้างอยู่บนเกาะฟิเล ซึ่งเป็นเกาะกลางแม่น้ำไนล์เหมือนกัน แต่การสร้างเขื่อนอัสวานทำให้น้ำท่วม ทางการจึงย้ายมาที่เกาะอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียง ในปัจจุบันคนจึงเรียกเกาะนี้ว่าเกาะฟิเล) ต้องขึ้นเรือไป สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพีไอซิส เป็นความเชื่อของคนอียิปต์โบราณเกี่ยวกับกำเนิดเทพทั้งหลาย ว่าเดิมทีพระเจ้าสร้างเทพขึ้นมา 4 องค์ คือ เทพโอซิริส เทพีไอซิส เทพเซธ และเทพีเนฟธิส เทพโอซิริสแต่งงานกับเทพีไอซิส ส่วนเทพเซธแต่งงานกับเทพีเนฟธิส แต่เทพเซธซึ่งเป็นเทพแห่งความชั่วร้ายเกลียดพี่ชายของตัวเอง จึงวางแผนกำจัดโดยการสั่งทำโลงทองคำขนาดเท่าตัวของเทพโอซิริส แล้วออกอุบายว่าถ้าใครสามารถเข้าไปนอนในโลงได้พอดีก็จะได้โลงทองนั้นไป แต่พอเทพโอซิริสเข้าไปนอน เทพเซธก็สั่งให้ปิดโลงแล้วนำไปทิ้งในแม่น้ำไนล์ พอเทพีไอซิสรู้เรื่องก็ออกตามหา โดยมีเทพีเนฟธิสคอยช่วยเหลือ (เพราะเทพีเนฟธิสก็แอบชอบเทพโอซิริสอยู่เหมือนกัน) เทพีไอซิสสวดมนต์ขอเทพเจ้าทุกวันว่าให้หาเทพโอซิริสเจอ เทพเจ้าเห็นใจเลยบอกว่าไปที่ไหนจึงจาพบเทพโอซิริสให้ เทพีเนฟธิสซึ่งเป็นเทพีแห่งเวทมนตร์จึงอาสาไปทำให้เทพโอซิริสฟื้น โดยขอเข้าไปในเมืองนั้น แลกเปลี่ยนกับการรักษาโรคของลูกสาวเจ้าเมืองให้ และขอเวลา 10 วันในการรักษา (แต่ที่จริงแล้วเป็นระยะเวลาในการทำให้เทพโอซิริสฟื้น) แต่ก่อนจาถึงกำหนดเวลา พอลูกสาวเจ้าเมืองหายก้อถูกขับไล่ออกจากเมือง พอเทพเซธรู้ว่าเทพโอซิริสยังอยู่จึงนำร่างเทพโอซิริสมาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วนำชิ้นส่วนแต่ละชิ้นไปซ่อนไว้ตามที่ต่างๆของอียิปต์ เทพีไอซิสจึงวอนขอพระเจ้าอีกครั้งเพื่อให้ได้พบกับเทพโอซิริสอีก เทพเจ้าเลยบอกว่าจาให้พบกับเทพโอซิริสอีกครั้งก็ได้ แต่ต้องไปรวบรวมชิ้นส่วนต่างๆมาให้ครบก่อน เทพีไอซิสก็ไปตามหาชิ้นส่วนต่างๆมาจนครบ ขาดแค่ชิ้นส่วนเดียวซึ่งมาเจอที่เกาะฟิเลนี้ พอครบแล้วเทพเจ้าก็เสกให้เทพโอซิริสฟื้นขึ้นมา เกาะนี้จึงถือว่าเป็นสถานที่สำคัญสำหรับเทพีไอซิสมาก (เทพโอซิริสมีลูกกับเทพีไอซิสคือ เทพฮอรัส ซึ่งเป็นเทพแห่งการปกป้อง และมีลูกกับเทพีเนฟธิส คือเทพอนูบิส ซึ่งเป็นเทพแห่งการทำมัมมี่) ภายหลังพอเทพโอซิริสกลับไปยังโลกแห่งความตายแล้ว เทพโอซิริสก็ขอเทพเจ้าว่าขอไปเป็นเทพแห่งยมโลก คอยตัดสินว่าใครจาได้ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกแทน (ความเชื่อที่ว่าเทพโอซิริสสามารถฟื้นกลับคืนมาได้ ทำให้ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าคนเรา เมื่อตายไปแล้วก็สามารถฟื้นกลับมาได้ และใช้ชีวิตที่ 2 ได้เหมือนเทพโอซิริส จึงเริ่มมีการทำมัมมี่ขึ้น เพื่อรักษาร่างไว้ ไม่ให้แยกออกเป็นส่วนๆเหมือนเทพโอซิริส จาได้มีร่างไว้เพื่อให้ฟื้นขึ้นมาได้)
The Unfinished Obelisk
เป็นเสาโอเบลิสก์ที่สร้างไม่เสร็จ เนื่องจากแตกตรงกลาง ทำจากแหล่งหินแกรนิตในอัสวาน โดนการเซาะร่องด้านข้าง, ด้านบน และด้านล่าง แล้วเจาะรูใต้เสา จากนั้นเอาท่อนไม้สอดเข้าไปในรู แช่น้ำทิ้งไว้ 10 วัน น้ำจะทำให้ไม้ขยาย แล้วหินจะกะเทาะออกมาเอง จากนั้นนำไปแกะสลักอักษรเฮโรกริฟฟิคลงไป แล้วขนย้ายโดยเรือไปตามแม่น้ำไนล์ ไปไว้ตามวิหารต่างๆ เช่น คาร์นัค ลักซอร์ เพื่อบูชาเทพอามุน – รา (สุริยเทพ)
มหาวิหาร Abu Simbel
การจาไปที่ วิหาร Abu Simbel ต้องเดินทางเป็นขบวนคาราวานโดยการควบคุมของรัฐบาลและทหาร เพื่อรักษาความปลอดภัย ใช้เวลาเดินทางไป – กลับเที่ยวละประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ทั้ง 2 ข้างทางเป็นทะเลทราย ไม่มีบ้านคนตั้งอยู่เลย ก่อนสร้างเขื่อนอัสวานเคยเป็นวิหารที่สลักเข้าไปในภูเขา แต่หลังจากสร้างเขื่อนอัสวาน จำเป็นต้องย้ายขึ้นมาจากที่ตั้งเดิมประมาณ 40 – 100 เมตร เพื่อไม่ให้จมอยู่ใต้น้ำ โดยการตัดแยกวิหารออกเป็นส่วนๆแล้วนำมาประกอบกลับให้เหมือนเดิม วิหารนี้สร้างโดยฟาโรห์รามเสสที่ 2 เพื่อเป็นการบูชาเทพเจ้าและเป็นการประกาศเขตแดนของอาณาจักรอียิปต์ให้พวกนูเบียรู้ (พวกนูเบียเป็นชนผิวดำที่อยู่ทางใต้ของอียิปต์ เคยมีอาณาจักรของตัวเอง แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ทางใต้ของอียิปต์หรือในซูดาน) ด้านหน้าเป็นรูปปั้นในท่านั่ง 4 รูป คือฟาโรห์รามเสสที่ 2 ในช่วงต่างๆ (ด้านซ้ายจะหนุ่มที่สุด) ใช้เวลาสร้างประมาณ 24 ปี (พระองค์ครองราชย์นานที่สุดในประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ คือ 67 ปี) ด้านในแบ่งเป็นห้องต่างๆ ตรงกลางทางเดินมีรูปแกะสลักทำเป็นเสา ใช้ใบหน้าของพระองค์ แต่อยู่ในท่าทางเหมือนมัมมี่ คือเลียนแบบเทพโอซิริส ตามฝาผนังจะเป็นรูปแกะสลักของพระองค์ในท่าทางต่างๆ เช่นพระองค์บนรถม้าศึก, พระองค์กำลังจะฟันศัตรู โดยเท้าเหยียบศัตรูอีกคนไว้, พระองค์ควบคุมรถม้าศึก พร้อมมีสิงโตอยู่ใกล้ๆ, พระองค์ขึ้นเป็นฟาโรห์และมีคนบรรณาการของให้มากมาย, พระองค์ถวายของให้เทพองค์ต่างๆ ในส่วนในสุดพบรูปปั้น 4 รูป คือ เทพรา – ฮอรัสตี, ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ที่ยกตนเองเป็นเหมือนเทพ, เทพโอซิริส และเทพแห่งพระอาทิตย์ตก โดยใน 1 ปีจะมี 2 ครั้งที่พระอาทิตย์จะส่องผ่านทางเดินตรงกลางเข้ามาส่องตรงรูปปั้นทั้ง 3 ยกเว้นรูปปั้นของเทพแห่งพระอาทิตย์ตก คือ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ และ 22 ตุลาคม ซึ่งถือเป็นวันประสูติและวันขึ้นครองราชย์ของพระองค์ นอกจากนี้ ในบริเวณใกล้เคียงกันยังมีวิหารขนาดเล็ก ซึ่งพระองค์สร้างประทานแก่มเหสีที่รักที่สุด คือพระนางเนเฟอร์ตารี ถือว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะเป็นการยกย่องราชินีให้มีฐานะเทียบเท่าฟาโรห์ นอกจากนั้น จุดประสงค์ยังเป็นการสร้างถวายแด่เทพีไอซิสด้วย ภายในมีรูปแกะสลักเรื่องราวของพระนางถวายสิ่งของแก่เทพองค์ต่างๆ และเรื่องราวเกี่ยวกับเทพีไอซิส

ว่าแต่เทวรูปองค์ที่สองที่ถูกทำลายนี่คือเทวรูปใครเหรอครับ
#1 By = ต้น = on 2008-01-31 22:41