Chapter 5 : Aswan, Luxor

posted on 10 Feb 2008 21:54 by imai283  in trip

หลังจากหายไปดูหนังมาซะหลายวัน (จิงๆป่าวหรอก ขี้เกียจอัพ เพราะเห็นไม่ค่อยมีคนอ่าน) วันนี้มีเวลาว่าง เพราะว่าเมื่อเช้าเช็คเมวไปแล้ว ไหนๆก้อไหนๆ อัพไปให้มันเสร็จๆดีกว่า (แต่อย่าพึ่งดีใจไป นี่ยังไม่ใช่ตอนสุดท้ายหรอกนะ) แต่ก่อนหน้านั้น...ขอเม้าท์เรื่อง L : Change the WorLd หน่อยเหอะ

 

เมื่อวานไปดูน้องแอลมา ได้ดูเรื่องแอลแล้วได้เจอแอลเนี่ย...มันก้อไม่แปลกอะไรหรอก ที่ตื่นเต้นดีใจกว่าได้เจอแอลเพราะว่า...มันมีอดีตเด็กจูเนียร์เล่นด้วยอ่ะดิ ชื่อ Kawano Naoki  อย่าถามว่าทำไมเราถึงรู้จัก อันนี้ไม่รู้จักก้อบ้าละ เข้ามารุ่นเดียวกะที่รัก เคยเล่นละครด้วยกัน แถมยังถ่ายหนังสือด้วยกันตั้งหลายเล่มเนี่ย...จำไม่ได้ก้อเกินไปละ (ใครยังนึกไม่ออกก้อไปหา sugao 1 มาดูไป ไอ้คนที่ใส่เสื้อสีเขียวๆ ตีกลองอยู่นั่นอ่ะ คนนั้นแหละ) ผ่านไปตั้งหลายปี หน้าตายังไม่เปลี่ยนเลยอ่ะ ใช้เวลาอึ้งไป 3 วินาที...ทำไมไอ้นี่มันหน้าตาคุ้นๆวะ...แล้วก้อนึกออก ตื่นเต้นเชียว ยิ่งกว่าเห็นแอลวิ่งอีก เหอๆๆ

 

พอๆๆ เข้าเรื่องดีกว่า วันนี้เราจาออกจาก Aswan มุ่งหน้าสู่ Luxor แต่ก่อนหน้านั้นเราจามีแวะไปเที่ยวตามทางก่อน (เออ...ลืมเลย วันนี้ไปซื้อหนังสือที่ร้านนายอินทร์มา มันมีเล่มนึง เขียนเหมือนกับที่เราไปเที่ยวมาเลยอ่ะ ทำไมเค้าออกเป็นหนังสือขายได้วะ เราเขียนในบล็อคให้อ่านฟรีๆยังไม่ค่อยจามีใครอ่านกันเลย คิดแล้วเศร้า...)

 

Komombo

 Komombo

 

วิหารคอมออมโบ (Komombo)

            เป็นวิหารสไตล์กรีก โรมัน สร้างในสมัยฟาโรห์ปโตเลมีที่ 2 ฟาโรห์ปโตเลมีที่ 11 เป็นวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพโซเบ็ก (เทพแห่งความสมบูรณ์ของแม่น้ำไนล์ มีหัวเป็นจระเข้) และเทพฮอรัส (เทพแห่งการปกป้อง เป็นลูกของเทพโอซิริสและเทพีไอซิส มีหัวเป็นเหยี่ยว) ด้านในมีมัมมี่จระเข้ และรูปสลักปฏิทิน บอกวัน, เดือน, ปี เทพประจำวันนั้น และของสักการะเทพ นอกจากนี้ยังมีรูปสลักเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือผ่าตัดต่างๆที่พบเฉพาะที่นี่เท่านั้น สันนิษฐานว่าในสมัยก่อน ที่นี่เคยเป็นสถานรักษาพยาบาลด้วย รักษาโดยพระหรือนักบวชที่อยู่ที่วิหารนี้

 

 

Edfu


วิหารเอ็ดฟู (Edfu)
            เป็นวิหารสไตล์กรีก
โรมัน สร้างในสมัยฟาโรห์ปโตเลมีที่ 2 ฟาโรห์ปโตเลมีที่ 11 สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพฮอรัส ด้านหน้ามี pylon (กำแพง) ขนาดใหญ่ เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกเขตวิหาร แยกวิหารออกจากส่วนทางโลก ภายในวิหารประกอบด้วยห้องต่างๆมากมาย ให้เฉพาะฟาโรห์และพระ (นักบวช) ลำดับที่ 1 5 เท่านั้นที่จาเข้าไปได้ ส่วนการเตรียมของไหว้เป็นหน้าที่ของนักบวชรับใช้ มีทางเข้าออกเป็นอุโมงค์ต่างหาก ใน 1 วันจาต้องนำรูปปั้นเทพออกมาจากส่วนในสุดเพื่อถวายของสักการะ 3 เวลา (เช้า กลางวัน เย็น) hall แรกสุดเป็น open court ต่อมาเป็น hall ที่มีเสา 12 ต้น หัวเสาแต่ละต้นจาไม่เหมือนกัน มีทั้งแบบต้นปาปิรุส, ดอกบัว hall ต่อมาก์มีเสา 12 ต้น ด้านขวามีห้องเล็กๆ เป็นห้องสมุด ด้านซ้ายเป็นที่เก็บของสักการะ hall ด้านในเป็นที่พักของรูปสลักเทพ ด้านซ้าย ขวามีห้องเก็บของสักการะประเภทเนื้อและเครื่องดื่ม ส่วนด้านในสุดเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดและถูกสร้างเป็นอันดับแรก คือ ที่ตั้งรูปสลักเทพฮอรัส ใน 1 ปีจะมี 1 ครั้งที่จาเคลื่อนย้ายเทพฮอรัสโดย sacred boat ไปที่วิหารที่ Dandara เพื่อไปเยี่ยมพระชายาของพระองค์ บริเวณโดยรอบมีรูปสลักฟาโรห์ถวายเครื่องสักการะเทพต่างๆ และมีรูปเทพกอดฟาโรห์ ซึ่งพบที่นี่ที่เดียว

Karnak

 

Karnak


วิหารคาร์นัค (Karnak)

            เป็นวิหารสไตล์อียิปต์โบราณ สร้างขึ้นถวายเทพอามุน ราโดยกษัตริย์หลายพระองค์ เช่น ฟาโรห์เซติที่ 1, ฟาโรห์รามเสสที่ 2, พระนางฮัทเชปซุท ด้านหน้ามีถนนสฟิงค์หัวแกะ ยาว 3 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างวิหารคาร์นัคและวิหารลักซอร์ ในบริเวณวิหารมี pylon และเสาโอเบลิสก์หลายแห่ง แต่เกิดน้ำท่วมแม่น้ำไนล์ในช่วงปี 1800 ทำให้วิหารเสียหาย ปัจจุบันได้บูรณะขึ้นมาใหม่แล้ว ภายในบริเวณวิหารมีวิหารเล็กๆหลายสร้างถวายเทพอามุน รา, พระชายา และพระโอรส สร้างโดยฟาโรห์หลายพระองค์ เพราะแต่ละพระองค์ก็อยากมีส่วนร่วมในการสร้างวิหารถวายกษัตริย์ของเทพทั้งหลาย ภายใน hall ที่ 2 จามีเสาอยู่จำนวนมาก ด้านซ้ายสร้างโดยฟาโรห์เซติที่ 1 ด้านขวาสร้างโดยฟาโรห์รามเสสที่ 2 เสาแต่ละต้นแสดงถึงความเชื่อของคนอียิปต์โบราณเกี่ยวกับกำเนิดของโลก โดยโคนเสาจามีฐาน หมายถึงน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งแรกในโลก ต่อมาก็มีต้นไม้, คน, กษัตริย์ และเทพเกิดตามมา สุดท้าย (ยอดเสา) คือท้องฟ้า แต่ไม่ได้สลักรายละเอียด เพราะไม่รู้ว่าบนท้องฟ้ามีอะไร รู้แต่ว่าเป็นที่อยู่ของเทพเท่านั้น ถัดมามีเสาโอเบลิสก์สร้างโดยพระนางฮัทเชปซุท เดิมมี 2 ต้นวางคู่กัน แต่ตอนหลังพังลงมาต้นหนึ่ง บนเสาแต่ละต้นจะสลักว่าใครเป็นคนสร้างเสา แล้วทำอะไรถวายเทพไปบ้าง เพราะเชื่อว่าเมื่อแสงแดดส่องลงมา เทพจาได้รู้ว่าเราทำอะไรให้ท่านบ้าง เป็นการติดต่อกับเทพอย่างหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดอยู่ด้านใน ให้นักบวชชำระล้างร่างกายทุกเช้า โดยนำน้ำมาจากแม่น้ำไนล์ ผ่านอุโมงค์ใต้ดินเข้ามา และยังมีรูปแกะสลัก scarab เพื่อความโชคดี เชื่อว่าถ้าวนรอบ 7 รอบจาดวงดี

 

Luxor


วิหารลักซอร์ (Luxor)

           เป็นวิหารที่สร้างโดยฟาโรห์ในสมัยอียิปต์โบราณหลายพระองค์ โดยในส่วนหน้ามีเสาโอเบลิสก์ตั้งอยู่ เดิมเคยมี 2 ต้น แต่ในสมัยพระเจ้ามูฮัมหมัดได้ส่งไปเป็นของขวัญให้ฝรั่งเศส 1 ต้น ปัจจุบันจึงเหลือแค่ต้นเดียว ด้านหลังเสามีรูปสลักฟาโรห์รามเสสที่ 2 เดิมเคยมีอยู่ในท่านั่ง 2 ตัว ท่ายืน 4 ตัว แต่ปัจจุบันเหลือแค่ท่านั่ง 2 ตัว ท่ายืน 1 ตัว ถัดจากนั้นเป็น hall ที่มีเสา ฝาผนังโดยรอบสลักเรื่องราวเกี่ยวกับงานเฉลิมฉลอง ซึ่งจะทำปีละครั้ง โดยการนำรูปสลักของเทพอามุน ราใส่เรือ sacred boat แล้วแห่จากวิหารคาร์นัคมายังวิหารลักซอร์ เพื่อประกอบพิธีเป็นกษัตริย์แห่งเทพทั้งหลาย (จากรูปสลักนี้ทำให้เราทราบว่า เดิมทีด้านหน้าวิหารมีรูปสลักโรห์รามเสสที่ 2 อยู่ 6 รูป) จากนั้นใน hall ด้านในเป็น hall ทางเดินมีเสาอยู่ 2 ข้าง สร้างโดยฟาโรห์ตุตันคามุน (มีรูปสลักของพระองค์และพระมเหสีอยู่ตรงต้นทางเดิน แต่ถูกลบชื่อออกไปแล้วเขียนชื่อชองฟาโรห์รามเสสที่ 2 ลงไปแทน) จากนั้นด้านในมี hall อีกส่วนที่โดนลบรูปสลักโบราณแล้วเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาคริสต์เข้าไปในช่วงที่โรมันเข้ามายึดครองอียิปต์ ต่อจากนั้นใน hall ด้านในมีภาพสลักบนฝาผนังเกี่ยวกับฟาโรห์ถวายเครื่องสักการะให้เทพองค์ต่างๆด้วย (ใน hall ที่ 2 ตรงกลางมีมัสยิดปลูกอยู่หลังหนึ่ง เพราะในตอนแรกที่ปลูก บริเวณวิหารถูกทรายกลบอยู่ ทำให้มองไม่เห็น แต่ภายหลังสร้างมัสยิดไปแล้วถึงเห็นวิหาร แต่ก็ไม่สามารถรื้อถอนได้ เพราะอียิปต์เป็นประเทศอิสลาม ไม่สามารถทำลายมัสยิดได้)


นั่งรถม้าชมเมือง (optional)
->
อันนี้ถ่ายมาแต่ไม่อยากเอาลงอ่ะ (อนาถตัวเอง)

            นั่งรถม้าชมเมืองลักซอร์ รถม้าจาขับเข้าไปในถนนที่รถบัสเข้าไปไม่ถึง เข้าไปตามย่ายชุมชนของเมืองลักซอร์ที่คนท้องถิ่นออกมาจับจ่ายซื้อของกัน จากนั้นจาไปแวะที่ตลาด เป็นตลาดเล็กๆ มีถนนเส้นเดียวตัดผ่าน 2 ข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้า แวะดื่มน้ำและสูบชิชา (บุหรี่น้ำ) แล้วก็เดินซื้อของที่ระลึก จากนั้นนั่งรถม้ากลับโรงแรม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านนะ แค่ไม่ได้เม้นท์open-mounthed smile

#1 By Adi (58.64.103.40) on 2008-02-11 20:33

เข้ามากลิ้ง เอิ๊กๆ

#2 By Ginosty on 2008-02-13 09:04

อาหารอียิปต์เค้าว่าไม่อร่อยนะ

อ้อ ขอบคุณที่ไปคอมเมนต์บล็อกผมนะครับ surprised smile

#3 By Yevon (Shuu) on 2008-02-27 00:28