Chapter 6 : Luxor

posted on 17 Feb 2008 00:26 by imai283  in trip

วันนี้ไปเจาะหูมาแหละ (รูที่ 4) จิงๆแล้วเราตั้งใจว่าจาไปเจาะหลายวันแล้ว แต่ว่าไม่ได้เจาะซะที (ก้อร้านนี้คนมันเยอะอ่ะ) แต่วันนี้เห็นเป็นโอกาสดี เอาวะ...เจาะก้อได้ เดินเข้าไป เจาะจึ่ก แล้วก้อเดินออกมา...รวมเวลาทั้งสิ้น 3 นาทีถ้วน จิงๆแล้วแอบระบบอยู่เหมือนกันนะเนี่ย เจ็บนิดๆ แต่ว่ามันเจาะลงบนรูเดิมที่เคยเจาะไว้แต่มันตันไป ก้อเลยรู้สึก (ไปเอง) ว่ามันคงไม่เจ็บมาก แต่รู้มันใหญ่มากเลยนะ เพราะว่าดันไปเจาะที่ร้านสัก พี่แกเลยเอาจิวเจาะให้ เป็นไทแทเนี่ยมด้วยแหละ (เค้าบอกว่ามันเป็นเครื่องมือแพทย์ ไม่แพ้หรอก...จิงเหรอวะ -*-) เอาเหอะ...จาเน่าไม่เน่า อีก 2-3 วันก้อรู้

 

กลับเข้าเรื่องดีกว่า หายไปอีกหลายวัน...วันนี้เราก้อยังออกไปไม่พ้น Luxor ซะที แต่วันนี้เราไปเที่ยวอีกฝั่งนึงของแม่น้ำไนล์กัน (ข้ามไปเที่ยวฝั่งเมือง Thebes เก่า) เที่ยวครึ่งวัน แล้วตอนบ่ายกลับบ้าน อยากบอก...แม่งขากลับเครื่องบินดีเลย์ตั้งชม.นึง จากบ่าย 3 กว่า กลายเป็นบ่าย 4 กว่า ต้องอยู่ในสนามบิน (ที่ไม่มีอะไรเลย) ตั้ง 3-4 ชม.มันน่าเบื่อมากเลยนะ ขอบอก...แถมตอนไปเปลี่ยนเครื่องที่คูเวตเกทก้อเปลี่ยนอีก มีปัญหามากมาย แล้วอีเด็กอังกฤษที่นั่งข้างหลังแม่งก้อคุยกันเสียงโคตรดัง เอาเท้ามาดันๆเบาะตลอดเวลาเลยด้วย เซ็งจิตมาก...แต่เราก้อยังนอนหลับ เหอๆๆ (เครื่องลงแล้วยังสามารถมาแวะสยามกินข้าวกะพี่มดได้ละกัน โฮะๆๆ)

 

 

Valley of the King

 

 

Valley of the King

            เป็นหุบผาที่เก็บพระศพของฟาโรห์ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ที่ 18 ราชวงศ์ที่ 20 เป็นการเจาะช่องเข้าไปในภูเขา ปัจจุบันพบหลุมศพทั้งหมดประมาณ 65 หลุม ในแต่ละวันจาเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมไม่เหมือนกัน เช่น ในวันนี้เปิดให้เข้าไปชมหลุมศพของฟาโรห์รามเสสที่ 1, 3 และ 9 ซึ่งหลุมศพของราชวงศ์รามเสสจามีลักษณะเป็นทางเดินตรง ยาวตลอด จนถึงที่ไว้พระศพ ตามผนัง 2 ข้างทางเดินจามีภาพเป็นเนื้อหาของ Book of the 2nd Life มีทั้งหมด 14 เล่ม แล้วแต่ว่าฟาโรห์องค์นั้นจาโปรดให้สลักเล่มไหนไว้ ในการขุดหลุม บางครั้งหากขุดไปเจอหลุมที่มีอยู่ก่อนแล้ว อาจจาต้องเปลี่ยนเส้นทาง (เช่น หลุมของฟาโรห์รามเสสที่ 3) บางหลุมอาจถูกกลบทับด้วยหลุมอื่นที่สร้างขึ้นมาทีหลัง (เช่น หลุมของฟาโรห์ตุตันคามุน ถูกสร้างทับด้วยหลุมของฟาโรห์โฮเรมเฮบ ซึ่งเคยเป็นทหารคนสนิทของพระองค์) หลุมศพทั้งหมดที่อยู่ในหุบผากษัตริย์เป็นของฟาโรห์ ยกเว้นพระนางฮัทเชปซุทพระองค์เดียวที่เป็นราชินี แต่พระนางทำตัวเสมือนเป็นฟาโรห์ (ออกว่าราชการ ฯลฯ) จึงสามารถมีหลุมศพอยู่ที่นี่ได้

 

 

Deir El-Bahari


วิหารเดลบาฮารี (Deir El-Bahari)

            เป็นวิหารที่พระนางฮัทเชปซุทสร้างไว้เพื่อเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพระนางสืบเชื้อสายมาจากเทพ และสามารถขึ้นเป็นฟาโรห์ได้ ภายในมีรูปวาดเกี่ยวกับการที่พระนางมีบิดามารดาเป็นเทพ และสืบเชื้อสายมาโดยตรง นอกจากนี้ยังมีรูปปั้น (รูปแกะสลักหิน) เป็นรูปพระนางอยู่ในท่ายืนเอามือวางบนหน้าอก เหมือนที่ฟาโรห์องค์อื่นๆสร้าง เพื่อเป็นการยืนยันการเป็นฟาโรห์ของพระนาง เชื่อว่าผู้ที่ออกแบบวิหารนี้คือ เซเนมุท สถาปนิกคนสนิทของพระนาง (ภายหลังมีการพบหลักฐานเป็นภาพวาดลักษณะล้อเลียนว่าพระนางมีความสัมพันธ์กับเซเนมุทด้วย)

 

Memnon

 

รูปสลักหินเมมน่อน
            เป็นรูปสลักหิน 2 ตัวอยู่ในท่านั่ง เชื่อว่าเป็นรูปสลักของเมมน่อนที่ไปรบและเสียชีวิตในสงครามที่ทรอย เมื่อแม่ของเขารู้ก็เสียใจมาก จึงภาวนากับเทพเพื่อให้เจอลูกอีกครั้ง เทพจึงประทานให้ได้เจอกับที่นี่ แม่ของเจาจึงสร้างวิหารไว้เป็นการบูชาเทพ แต่ปัจจุบันพังทลายจนเหลือแค่รูปสลัก 2 ตัวนี้เท่านั้น (แต่จิงๆแล้วเป็นวิหารของฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 ที่ทรงสร้างไว้ประกาศความยิ่งใหญ่ของพระองค์ แต่ปัจจุบันส่วนที่เป็นวิหารไม่มีแล้ว เหลือแค่รูปสลัก 2 ตัวนี้เท่านั้น)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ขอบคุณนะคะที่ให้ความรู้question

#1 By Ammy (119.42.67.225) on 2008-08-14 22:31