จากฮาราจูกุถึงสยามสแควร์ : ความเหมือนที่แตกต่าง
posted on 02 Nov 2007 22:41 by imai283ถ้าจะพูดถึงแหล่งรวมวัยรุ่นที่ขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่น คนส่วนใหญ่ก็คงจะนึกถึงฮาราจูกุ (Harajuku) ศูนย์กลางวัยรุ่นชื่อดังที่ใครๆก็รู้จัก และถ้าจะให้นึกถึงศูนย์กลางของวัยรุ่นในเมืองไทยบ้าง น้อยคนนักที่จะไม่เอ่ยถึงสยามสแควร์ (Siam Square)
มีคนเคยกล่าวว่า สยามสแควร์ก็เปรียบได้กับฮาราจูกุเมืองไทย เพราะว่าสยามสแควร์มีความคล้ายคลึงกับฮาราจูกุในหลายๆด้าน ที่เห็นชัดๆก็คงจะเป็นแหล่งช้อปปิ้งของเหล่าบรรดาขาโจ๋ทั้งหลาย ซึ่งส่วนใหญ่ร้านค้าในสยามสแควร์จะเป็นร้านเสื้อผ้าที่มุ่งเน้นลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นมากเป็นพิเศษเหมือนกับที่ฮาราจูกุ นอกจากนี้ยังมีแหล่งให้ความบันเทิงอีกหลายอย่าง ทั้งโรงหนัง ร้านคาราโอเกะ ลานโบว์ลิ่ง และยังมีร้านอาหารหลายประเภทให้เลือกกินกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นตัวดึงดูดวัยรุ่นให้เข้ามาจับจ่ายซื้อของ รวมถึงใช้บริการร้านค้าในสยามสแควร์ทั้งนั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในความเหมือนกันนี้ก็ยังมีความแตกต่างที่หลายคนอาจจะคาดคิดไม่ถึง
หากจะพูดถึงความสนใจของวัยรุ่นไทยในปัจจุบัน อาจจะพูดได้ว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะนิยมอะไรๆที่เป็นญี่ปุ่นไปเสียหมด ทั้งสไตล์การแต่งตัวแบบคิขุ การแต่งหน้า ทำผม ทำเล็บก็แทบจะถอดแบบออกมาจากนิตยสารแฟชั่นญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ถ้าเราไปเดินเล่นแถวสยามสแควร์ เราก็มักจะได้เห็นการแต่งตัวของวัยรุ่นที่ออกมาในลักษณะนี้อยู่เยอะทีเดียว
ด้วยความที่สยามสแควร์มีจุดมุ่งหมายเน้นให้เป็นศูนย์กลางของวัยรุ่นนี่เอง เมื่อวัยรุ่นหันมาให้ความสนใจกระแสญี่ปุ่น ร้านค้าในสยามสแควร์ หรือแม้แต่ตัวสยามสแควร์เองก็ตาม ก็ต้องไหลไปตามกระแส ตอบรับความต้องการของวัยรุ่นอย่างเต็มที่ จะเห็นได้จากร้านค้า โดยเฉพาะร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับของวัยรุ่น มักจะนำเอาแบบเสื้อหรือเครื่องประดับที่กำลังเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นขณะนั้นมาทำขาย หรือไม่ก็สั่งสินค้าแบบนำสมัยที่สั่งตรงเข้ามาจากฮาราจูกุเพื่อดึงดูดลูกค้าวัยรุ่น
และถ้าหากเราไปเดินเล่นแถวสยามสแควร์ในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ เราก็จะมีโอกาสได้เห็นเหล่าขาโจ๋ทั้งหลายในเสื้อผ้าหลากแบบหลายสไตล์ที่จะสรรหาแต่งมาประชันกัน ทั้งสายเดี่ยว เกาะอก มินิสเกิร์ต ซึ่งแบบทั้งหลายก็ล้วนแล้วมาจากนิตยสารแฟชั่นญี่ปุ่นทั้งนั้น นอกจากนี้ บางครั้งเรายังอาจมีโอกาสได้เห็นวัยรุ่นที่คลั่งไคล้วงดนตรีร็อคญี่ปุ่นออกมาแต่งตัวเลียนแบบ หรือที่เรียกว่าคอสเพลย์ (Cosplay) ให้เห็นอีกด้วย
นอกจากตัวร้านค้าเองแล้ว สยามสแควร์ก็ได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างให้มีความใกล้เคียงกับฮาราจูกุมากขึ้น เช่น เพิ่มจอทีวีขนาดยักษ์ที่ตรงข้ามเซ็นเตอร์พ้อยต์ (Center Point) ซึ่งถือเป็นแหล่งที่วัยรุ่นไปชุมนุมกันมากที่สุด เพื่อดึงความสนใจวันรุ่นทั้งหลาย พร้อมกับเปิดมิวสิควีดีโอเพลงฮิตติดหูเอาใจวัยรุ่น
แต่ถ้าหากเราลองคิดดูดีๆแล้ว จะพบว่าสิ่งที่ฮาราจูกุมีแล้วสยามสแควร์ไม่มีก็คือ สถานที่ที่จะให้วัยรุ่นได้มีโอกาสมาแสดงความสามารถกันอย่างอิสระเสรี และไม่ถูกมองว่าเป็นเรื่องแปลก เป็นเรื่องไร้สาระ และไม่ถูกสังคมวิจารณ์ว่าเป็นสิ่งไม่ดี
ฮาราจูกุมีจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ การปิดถนนในวันอาทิตย์ เพื่อให้คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นได้มีโอกาสมาแสดงความสามารถได้อย่างฟรีสไตล์ ไม่มีการจำกัดขอบเขต และไม่มีการเสียเงินค่าเช่าที่ เรียกว่าใครใคร่โชว์อะไรก้อโชว์ และวัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่ช่างฝันอยู่แล้วก็ตอบรับเป็นอย่างดี พอถึงวันอาทิตย์ก็จะมีวัยรุ่นออกมาชุมนุมร้องรำทำเพลงกันเป็นจำนวนมาก ในบรรดาวัยรุ่นเหล่านี้ บางคนก็ถูกแมวมองชวนไปออกเทปเป็นศิลปินเต็มตัวก็มี
ในส่วนนี้เองที่สยามสแควร์ขาดไป ในเมื่อตัวสยามสแควร์เองก็มีลักษณะคล้ายกับฮาราจูกุมากอยู่แล้ว น่าจะจัดที่ให้วัยรุ่นไทยได้มีโอกาสแสดงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และทำความฝันให้เป็นความจริงบ้าง โดยทำให้เรื่องเหล่านี้เป็นที่ยอมรับได้ของสังคม
วัยรุ่นซึ่งเป็นวัยเปี่ยมด้วยไปด้วยความฝัน หากพวกเขาได้มีที่ปลดปล่อยความฝันและความสามารถที่มีอยู่ออกมาได้อย่างถูกต้อง โดยไม่มีใครมองว่าเป็นเรื่องแปลก หรือเพี้ยน ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีอยู่ไม่น้อย เพราะนอกจากจะเป็นการสนับสนุนให้วัยรุ่นได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้วัยรุ่นรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสังคมอีกด้วย
ฮาราจูกุก็เปรียบเสมอเป็นกาน้ำเดือดที่เปิดฝาปล่อยให้ไอน้ำเดือดได้ระบายออกมาบ้าง ในทำนองเดียวกันกับสยามสแควร์ ถ้ามีการเปิดเวทีเสรีให้วัยรุ่นออกมาแสดงความฝันอย่างที่พวกเขาอยากทำ ก็เหมือนเป็นปลดปล่อยให้พวกเขาได้แสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง ดีกว่าให้พวกเขาเก็บกดเพราะกลัวว่าถ้าแสดงออกไปแล้วจะไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม
การที่บ้านเราไม่ยอมให้มีสถานที่แบบนี้เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะพวกผู้ใหญ่ในปัจจุบันยังไม่สามารถทำใจยอมรับสิ่งที่วัยรุ่นในปัจจุบันต้องการแสดงออกก็เป็นได้ ถือเป็นปัญหาช่องว่างระหว่างวัยที่หากปล่อยทิ้งไว้นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น และอาจก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมาดังเช่นที่เห็นๆกันอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์
ในเมื่อสยามสแควร์ของเราก็มีอะไรที่ไม่ด้อยไปกว่าฮาราจูกุ หากจะเพิ่มเติมที่ทางให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงออกบ้างก็คงจะดีไม่น้อยทีเดียว